ตอนที่ 1 ความบังเอิญที่สมบูรณ์แบบ (The Probability of Zero)

3,244 ตัวอักษร

ตอนที่ 1: ความบังเอิญที่สมบูรณ์แบบ (The Probability of Zero)

สายฝนโปรยปรายลงมาเคลือบผิวถนนบนทางด่วนยกระดับสายหลักในค่ำคืนวันศุกร์ แสงไฟจากป้ายโฆษณาและไฟท้ายรถสะท้อนกับหยดน้ำจนพร่ามัว บรรยากาศภายในรถเก๋งสีขาวคันเล็กอบอวลไปด้วยเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยุ

"มีน" (แฟนสาวของภาคิน) กำลังขับรถกลับคอนโดมิเนียมหลังจากทำงานล่วงเวลาจนดึก เธอขับรถด้วยความเร็วระดับปานกลางและอยู่ในเลนกลางอย่างระมัดระวัง เธอเป็นคนรอบคอบ ไม่เคยประมาทบนท้องถนน

แต่ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่ถึงกิโลเมตร บนจุดอับสายตาของกล้องวงจรปิดช่วงทางโค้งก่อนถึงทางลง กรณ์ ในวัย 35 ปี กำลังยืนพิงราวสะพานลอยคนข้ามที่ทอดข้ามทางด่วน มือข้างหนึ่งของเขาถือร่มใส อีกข้างสอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท สายตาคู่คมกวาดมองสายธารของรถยนต์เบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบ ราวกับนักคณิตศาสตร์กำลังตรวจทานสมการชิ้นเอก

สมการของกรณ์ในคืนนี้ไม่ได้ซับซ้อน แต่พึ่งพา "ตัวแปรอิสระ (Independent Variables)" สามอย่างที่ถูกคำนวณเวลาไว้แม่นยำถึงระดับเสี้ยววินาที:

* แรงดันลมกระโชกเฉพาะจุดที่เกิดจากช่องลมระหว่างตึกสูงระฟ้าสองหลัง

* คราบน้ำมันเครื่องปริมาณเล็กน้อยที่รถบรรทุกทำหกไว้ก่อนหน้านี้สามร้อยเมตร ซึ่งกำลังทำปฏิกิริยากับน้ำฝนกลายเป็นแผ่นฟิล์มลื่น

* จังหวะการกดเบรกตามสัญชาตญาณของมนุษย์เมื่อเจอสิ่งกีดขวางกะทันหัน

กรณ์ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการปล่อยชิ้นส่วนพลาสติกน้ำหนักเบาชิ้นหนึ่งให้ร่วงลงสู่พื้นถนนด้านล่างในจังหวะเวลาที่คำนวณไว้พอดี ชิ้นส่วนนั้นปลิวไปขวางหน้าล้อของรถบรรทุกคันใหญ่ที่วิ่งอยู่เลนขวา ทำให้คนขับรถบรรทุกต้องหักพวงมาลัยหลบกะทันหันเข้ามาในเลนกลาง—เลนเดียวกับที่รถของมีนกำลังวิ่งอยู่

ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที

เสียงยางรถยนต์กรีดร้องประสานกับเสียงเบรกดังสนั่น รถของมีนถูกแรงกระแทกจากรถบรรทุกอัดเข้าที่ด้านข้างอย่างจัง แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้รถหมุนเคว้งอย่างไร้การควบคุม พุ่งทะลุราวสะพานกั้นทางด่วนที่เปียกลื่น ก่อนจะดิ่งลงสู่พื้นที่รกร้างเบื้องล่างท่ามกลางความมืดมิด

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ สถานีตำรวจนครบาล

ภาคิน ในชุดเสื้อเชื้อสีดำยับยู่ยี่และดวงตาที่แดงก่ำจากการอดนอน นั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของ หมวดศรุต เพื่อนสนิท เอกสารสำนวนคดีถูกวางอยู่ตรงหน้า พร้อมกับรูปถ่ายขาวดำที่บันทึกภาพซากรถพังยับเยิน

"ผลชันสูตรและกองพิสูจน์หลักฐานสรุปชัดเจนแล้วนะภาคิน..." ศรุตถอนหายใจยาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ เขาวางมือลงบนบ่าเพื่อน "อุบัติเหตุทางถนน เกิดจากรถบรรทุกเสียหลักกะทันหันเนื่องจากถนนลื่นจากฝนตก และรถของมีนอยู่ในจุดอับสายตาพอดี... มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีร่องรอยการฆาตกรรม ไม่มีร่องรอยการงัดแงะระบบเบรก ทุกอย่างเป็นความซวยตามธรรมชาติ"

ภาคินเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนช้าๆ แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความเย็นชาที่น่ากลัว

"ศรุต... เธอขับรถเส้นนั้นมาห้าปี ไม่เคยขับเร็ว ฝนตกเธอก็จอดหลบข้างทางตลอด มีนไม่ใช่คนประมาท" เสียงของภาคินแหบพร่าแต่มั่นคง "แล้วนายอธิบายเรื่องนี้ยังไง... ทำไมรถบรรทุกคันนั้นถึงหักหลบกะทันหันทั้งที่ถนนโล่ง? ทำไมรอยเบรกถึงมีองศาที่พอดีกับการเหวี่ยงรถของมีนตกลงไปพอดีราวกับถูกจับวาง?"

"มันคือความน่าจะเป็น นายก็เป็นทนายความ ภาคิน นายรู้ดีว่าบางครั้งโลกนี้ก็โหดร้ายกับเรื่องบังเอิญ" ศรุตพยายามเกลี้ยกล่อม

ภาคินหยิบนามบัตรแผ่นหนึ่งขึ้นมาดู มันเป็นนามบัตรของบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงแห่งหนึ่งที่เขาบังเอิญเก็บได้ที่จุดเกิดเหตุ ใกล้กับราวสะพานลอย—จุดที่ไม่มีใครควรจะยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนเมื่อคืนวาน บนนามบัตรระบุชื่อสั้นๆ และเบอร์โทรศัพท์

กรณ์ – Risk Analyst

ภาคินกำนามบัตรนั้นแน่นจนมุมกระดาษยับยู่ยี่ สัญชาตญาณของทนายความผู้เคยผ่านมานับร้อยคดีบอกเขาว่า โลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "ความบังเอิญที่สมบูรณ์แบบ" ขนาดนี้

และนั่นคือจุดเริ่มต้น เมื่อภาคินตัดสินใจปฏิเสธคำว่าอุบัติเหตุ และก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางเพื่อเปิดโปงฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่หลังเงาของความน่าจะเป็น...