ผ่านไปสามสัปดาห์หลังจากการสูญเสียของมีน คดีถูกปิดลงอย่างเป็นทางการในฐานะอุบัติเหตุจากสภาพอากาศ
กองเอกสารคดีคดีของมีนถูกเก็บบันทึกไว้ในแฟ้มคดีเก่าของสถานีตำรวจ ภาคินนั่งทำงานของตัวเองในสำนักงานทนายความ ทว่าสมาธิของเขาหลุดลอยไปทุกครั้งที่มองออกไปนอกหน้าต่าง เขายังคงจำรอยยิ้มสุดท้ายของเธอได้ และที่สำคัญที่สุด—เขารู้จักนิสัยของมีนดีเกินกว่าจะเชื่อว่าเธอจะขับรถพุ่งชนแบริเออร์ด้วยความประมาท
ภาคินไม่ได้ฉลาดพอจะมองเห็นสมการฟิสิกส์ของกรณ์ สิ่งเดียวที่เขามีคือ "ความสงสัยแบบดื้อรั้น" ของทนายความที่ชอบคุ้ยหาความผิดปกติจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
เขาตัดสินใจกลับไปที่จุดเกิดเหตุบนทางด่วนยกระดับในยามวิกาล ช่วงเวลาเดิม สภาพอากาศใกล้เคียงกัน เพื่อจำลองเหตุการณ์ในหัว
เมื่อยืนอยู่ตรงจุดที่รถของมีนพุ่งตกถนน ภาคินกวาดสายตามองรอบตัว ที่นี่มีกล้องวงจรปิดของทางหลวง แต่ตัวกล้องหันมุมคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยเนื่องจากการซ่อมบำรุงเมื่อหลายเดือนก่อน ทำให้จุดที่รถบรรทุกหักหลบกลายเป็น "มุมอับสายตา" พอดี
บังเอิญเหรอ? ภาคินขมวดคิ้ว เขาจำได้ว่าในสำนวนตำรวจระบุว่า มีคราบน้ำมันปริมาณเล็กน้อยบนพื้นถนนในจุดนั้น ตำรวจมองว่าเป็นคราบน้ำมันที่รั่วไหลทั่วไปจากรถบรรทุกคันอื่น แต่ภาคินจำได้ว่าในคืนนั้น มีนเคยโทรศัพท์หาเขาช่วงสั้นๆ ก่อนเกิดเหตุไม่กี่นาที เธอบอกว่า "มีอะไรบางอย่างกระเด็นมาโดนกระจกหน้ารถจนเธอต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนกะทันหัน"
ถ้ามีวัตถุกระเด็นมาโดนกระจก และรถบรรทุกหักหลบในเสี้ยววินาทีเดียวกัน มันอาจไม่ใช่แค่ถนนลื่นธรรมดา... แต่มันมี "ตัวกระตุ้น" บางอย่าง
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ณ ร้านกาแฟริมทาง กรณ์กำลังนั่งจิบกาแฟเงียบๆ หน้าจอแล็ปท็อปของเขาแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดมุมไกลที่จับภาพภาคินกำลังยืนอยู่บนทางด่วน
กรณ์มองภาพนั้นผ่านหน้าจอด้วยแววตานิ่งสงบ เขาไม่ได้ตกใจหรือหวาดกลัวที่มีคนมาเดินแกะรอย ในมุมมองของกรณ์ มนุษย์ทั่วไปมักจะพยายามหาความหมายในความไร้ระเบียบของธรรมชาติเสมอ การที่ภาคินกลับมาที่เกิดเหตุจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันเป็นเพียง "ตัวแปรใหม่" ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในกราฟความน่าจะเป็น
กรณ์ปิดแล็ปท็อป หยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่มจนหมด แล้วลุกเดินจากไปอย่างเงียบๆ โดยทิ้งระยะห่างให้ภาคินได้พบกับ "เงื่อนงำชิ้นถัดไป" ด้วยตัวเอง—ชิ้นส่วนพลาสติกชิ้นเล็กจิ๋วที่ตกอยู่ใต้ราวสะพาน ซึ่งถูกออกแบบมาให้กลกลืนกับขยะทั่วไป จนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้นสายตาที่จดจ่ออยู่กับความผิดปกติอย่างคลั่งไคล้ของภาคิน
นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่สูสีตั้งแต่ต้น แต่เป็นเกมที่แมว (ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังล่าอะไร) กำลังเดินตามรอยเท้าของเสือชีตาห์ผู้ควบคุมธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว...