ตอนที่ 3 เส้นด้ายที่มองไม่เห็น (The Invisible Thread)

2,936 ตัวอักษร

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านกระจกหน้าต่างห้องทำงานของสำนักงานทนายความ ภาคินก้มมองวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่เขาเก็บได้จากใต้ราวสะพานในคืนก่อน มันคือชิ้นส่วนพลาสติกโพลิเมอร์สีดำขนาดเท่าเหรียญบาท มีรอยไหม้จางๆ ที่ขอบ และมีสลักตัวเลขซีเรียลนัมเบอร์ขนาดจิ๋วที่เกือบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ในฐานะทนายความที่คุ้นเคยกับการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาคินรู้ทันทีว่าชิ้นส่วนนี้ไม่ใช่ขยะทั่วไป แต่มันคือชิ้นส่วนของ กลไกจุดระเบิดตั้งเวลาขนาดเล็ก (Micro-Timer Trigger) ซึ่งมักถูกใช้ในงานวิศวกรรมเฉพาะทาง หรืออุปกรณ์ควบคุมระยะไกล

คำถามผุดขึ้นในหัวของเขาเป็นดอกเห็ด... มันไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง? และทำไมมันถึงอยู่ถูกที่ถูกเวลาจนทำให้รถบรรทุกหักหลบพอดี?

ภาคินตัดสินใจนำชิ้นส่วนนี้ไปปรึกษา หมวดศรุต ที่สถานีตำรวจ แม้ว่าในตอนแรกศรุตจะมองว่าเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งที่เก็บมาจากข้างทาง แต่เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังและร่องรอยการคำนวณบนกระดาษโน้ตของภาคิน ศรุตจึงยอมรับปากว่าจะช่วยตรวจสอบทะเบียนประวัติชิ้นส่วนนี้ผ่านเครือข่ายของกองพิสูจน์หลักฐานให้

ในขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของเมือง

ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยจอคอมพิวเตอร์หลายจอ กรณ์ นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟ สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอแสดงข้อมูลจราจรและระบบกล้องวงจรปิด เขาสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของภาคิน—การที่ภาคินนำชิ้นส่วนพลาสติกนั้นไปให้ตำรวจตรวจสอบ ถือเป็น "ตัวแปร" ที่กรณ์คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว

กรณ์ไม่ได้รู้สึกกังวล ตรงกันข้าม มุมปากของเขากลับยกย่องรอยยิ้มจางๆ

สำหรับกรณ์แล้ว โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยความน่าจะเป็น 99.99% มนุษย์ทั่วไปใช้ชีวิตอยู่บนความเคยชินและความประมาท แต่ภาคินกำลังพยายามดึงอีก 0.01% ที่เหลือออกมาสู้

“ลองดูสิ... ว่านายจะปะติดปะต่อเรื่องนี้ได้ไกลแค่ไหน” กรณ์พึมพำเบาๆ ก่อนจะกดพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนแล็ปท็อป เพื่อเตรียม "สร้างเงื่อนงำชิ้นถัดไป" ที่จะนำทางภาคินให้เดินลึกลงมาในเขาวงกตแห่งความน่าจะเป็นของเขาอย่างช้าๆ

สองวันต่อมา ศรุตโทรศัพท์ตามภาคินมาที่กองพิสูจน์หลักฐานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ภาคิน... นายจำนามบัตรของบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงที่นายเก็บได้ในคืนเกิดเหตุได้ใช่ไหม?" ศรุตเปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ "ฉันลองให้คนแกะรอยชื่อบริษัทนั้นดู ปรากฎว่ามันเป็นบริษัทที่ปรึกษาอิสระเล็กๆ ที่จดทะเบียนโดยชายคนหนึ่ง... ชื่อ กรณ์ อายุ 35 ปี"

ชื่อนั้นทำให้ลมหายใจของภาคินสะดุด

"เขาทำอาชีพอะไร?" ภาคินถามเสียงเข้ม

"เป็นนักวิเคราะห์ความเสี่ยงอิสระ ประวัติสะอาดเอี่ยม ไม่เคยมีคดีอาญา แถมยังเชี่ยวชาญเรื่องกลศาสตร์และระบบอัตโนมัติซะด้วย..." ศรุตเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน "แต่ที่แปลกคือ... จากบันทึกกล้องวงจรปิดในคืนที่แฟนของนายเกิดอุบัติเหตุ กรณ์อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึงร้อยเมตรในรัศมีเวลาไล่เลี่ยกันเป๊ะ... เหมือนเขารู้ล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น"

ภาคินกำมือแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธและตื่นเต้นผสมปนเปกัน ภาพจิ๊กซอว์ทีละชิ้นเริ่มถูกดึงเข้ามาต่อกัน แม้จะยังไม่มีหลักฐานมัดตัวชัดเจน แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า ชายชื่อ 'กรณ์' คนนี้ คือศูนย์กลางของพายุทั้งหมด

และในวินาทีนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของศรุตก็ดังขึ้น เสียงปลายสายจากตำรวจร้อยเวรรายงานเหตุการณ์ด่วนด้วยความตื่นตระหนก:

"หมวดครับ! เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยอีกแล้วครับ วิศวกรควบคุมระบบลิฟต์ของตึกย่านธุรกิจตกลงมาจากปล่องลิฟต์ร้าง ทั้งที่ระบบความปลอดภัยควรจะล็อกไว้... สภาพศพเหมือนอุบัติเหตุร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ!"

ภาคินสบตากับศรุตทันที—นี่ไม่ใช่ความบังเอิญอีกต่อไปแล้ว เกมกำลังดำเนินไปข้างหน้า และเหยื่อรายใหม่กำลังส่งสัญญาณเตือนพวกเขาว่า ฆาตกรกำลังลงมือเล่นเกมรอบใหม่แล้ว!