ตอนที่ 4 สมการที่ไร้รอยแผล (The Flawless Equation)

2,636 ตัวอักษร

กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสารเคมีเจือจางลอยอบอวลอยู่ภายในปล่องลิฟต์ร้างของอาคารพาณิชย์สูง 10 ชั้น บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบพื้นคอนกรีต

ภาคิน และ หมวดศรุต ยืนอยู่หลังแนวเชือกกั้นที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังปฏิบัติงาน ศพของวิศวกรหนุ่มผู้ควบคุมระบบลิฟต์นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องล่าง สภาพศพกระแทกกับพื้นคอนกรีตอย่างรุนแรงจากความสูงระดับชั้นแปด

"ผลตรวจสอบเบื้องต้นจากกองพิสูจน์หลักฐาน..." ศรุตยื่นแฟ้มรายงานให้ภาคินขณะสวมถุงมือยาง "ระบบความปลอดภัยของลิฟต์ตัวนี้ปกติทุกอย่าง เซ็นเซอร์ป้องกันการตกทำงานสมบูรณ์ แต่วิศวกรคนนี้ดันเข้าไปตรวจสอบในขณะที่รอกสลิงหลักเกิดคลายตัวจากแรงสั่นสะเทือนปริศนา... และเขาก็ดันยืนอยู่ผิดจุดในเสี้ยววินาทีที่สลิงหลุดพอดี"

ภาคินกวาดสายตาอ่านรายงานอย่างละเอียด ขมวดคิ้วแน่นจนเกิดรอยย่น หน้ากระดาษเต็มไปด้วยคำอธิบายเชิงกลศาสตร์ที่ดูเหมือนอุบัติเหตุจากการประมาทในการทำงาน แต่ในสายตาของทนายความผู้เคยผ่านคดีความมาโชกโชน เขากลับมองเห็นโครงสร้างที่คุ้นเคย

"สลิงหลักไม่ได้คลายตัวเพราะสึกหรอ..." ภาคินพูดขึ้นเสียงเรียบ สายตาจ้องมองน็อตยึดตัวล็อกสลิงที่ตกอยู่ใกล้ศพ "ดูเกลียวของน็อตตัวนี้สิ ศรุต มันถูกคลายออกด้วยแรงบิดที่แม่นยำจนเหลือเกลียวสุดท้ายพอดี เพื่อให้มันรองรับน้ำหนักได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะขาดออกเมื่อมีแรงกระแทกจากน้ำหนักตัวคน... นี่ไม่ใช่ความประมาท แต่นี่คือการตั้งเวลาพังทลายล่วงหน้า"

ศรุตชะงัก หันมามองเพื่อนด้วยความตกใจ "นายหมายความว่า... มีคนตั้งใจทำให้น็อตคลายตัวอย่างนั้นเหรอ? แต่ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีลายนิ้วมืออื่นนอกจากของวิศวกรผู้ตายเอง!"

"เพราะฆาตกรไม่ได้ใช้มือขันน็อต" ภาคินหันไปมองรอบปล่องลิฟต์ ดวงตาฉายแวววาวด้วยความเคียดแค้นและตระหนักรู้ "เขาใช้หลักการขยายตัวของโลหะตามอุณหภูมิและความถี่ของการสั่นสะเทือนจากเครื่องปรับอากาศส่วนกลาง... เขาแค่คำนวณน้ำหนักตัวของเหยื่อ เวลาที่เหยื่อจะเดินมาเหยียบ และอุณหภูมิห้องในวันนี้... ทุกอย่างถูกเซ็ตระบบไว้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องมีใครลงมือทำอะไรเลยในตอนที่มันเกิดเหตุ!"

ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบ กรณ์ กำลังนั่งมองกราฟแสดงผลการทดลองบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เส้นกราฟพุ่งทะยานขึ้นแสดงความสำเร็จของสมการตัวแปรที่สอง

กรณ์หยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น สายตากวาดมองข้อความแจ้งเตือนการสืบสวนของตำรวจที่เขารวบรวมและเจาะระบบเข้ามาดูได้ผ่านเครือข่ายกล้องวงจรปิด เขาสังเกตเห็นชื่อของ "ภาคิน" ที่เริ่มเข้าใกล้แก่นแท้ของกลไกความตายทีละน้อย

สำหรับคนทั่วไป ภาคินอาจเป็นแค่ทนายความที่หมกมุ่นกับคดีความจนเสียสติ แต่สำหรับกรณ์แล้ว ภาคินเปรียบเสมือน "ผู้เล่นคนเดียวในโลกที่มองเห็นงานศิลปะของเขา"

มุมปากของกรณ์ยกย่องรอยยิ้มเยือกเย็น เขาไม่ได้รู้สึกกลัวหรือต้องการกำจัดภาคิน ทว่าเขากลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด ราวกับนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังเฝ้ามองเชลยทดลองตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เขาสร้างขึ้น

"เก่งมาก... ภาคิน" กรณ์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะพิมพ์ชุดคำสั่งใหม่ลงบนแป้นพิมพ์เพื่อเปิดฉากการทดลองบทต่อไป—บททดสอบที่จะดึงภาคินให้ดำดิ่งลงมาสู่ใจกลางของเกมแห่งความน่าจะเป็น โดยไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกต่อไป!