บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของนักธุรกิจผู้ล่วงลับยังคงหลงเหลือความเย็นเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกเร่งอุณหภูมิให้ต่ำกว่าปกติ ภาคิน และ หมวดศรุต ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของผู้ตายโดยมีถุงมือยางและไฟฉายขนาดเล็กเป็นเครื่องมือคู่ใจ
"ดูรีโมตควบคุมแอร์นี่สิ ศรุต..." ภาคินชี้ให้เห็นรอยขูดขีดเล็กๆ บริเวณฝาปิดถ่านของรีโมตที่วางอยู่บนโต๊ะ "มันถูกตั้งโปรแกรมผ่านแผงวงจรบลูทูธขนาดจิ๋วที่เชื่อมต่อกับระบบสมาร์ทโฮม ฆาตกรไม่ได้เข้ามาในห้องนี้เพื่อปรับแอร์ด้วยมือ แต่เขาเขียนโค้ดคำสั่งให้ระบบลดอุณหภูมิลงเองตอนตีสอง ซึ่งเป็นช่วงที่เหยื่อกำลังนอนหลับและร่างกายอ่อนแอที่สุด... สามคดี สามรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือ 'การใช้เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นอาวุธ'"
ศรุตถอนหายใจยาวด้วยความเคร่งเครียด เขายอมรับความจริงในใจแล้วว่าคดีเหล่านี้ไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน "แล้วนายคิดว่าคนร้ายคือใคร... กรณ์ คนนั้นจริงๆ งั้นเหรอ? ถ้าเขาฉลาดขนาดควบคุมทุกอย่างได้โดยไม่ต้องลงมือเอง เราจะเอาหลักฐานอะไรไปจับเขา?"
ก่อนที่ภาคินจะได้ตอบคำถาม โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็สั่นขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
ภาคินขมวดคิ้วก่อนจะกดรับสาย
"สวัสดีครับ... คุณภาคิน" น้ำเสียงนุ่มนวล เรียบเฉย และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นจากปลายสาย
ลมหายใจของภาคินสะดุดกึกในลำคอ เขารู้สึกได้ทันทีว่าปลายสายคือใคร ร่างกายทุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาทันที
"ดูเหมือนคุณจะสนุกกับการแกะรอยงานศิลปะของผมนะ..." เสียงนั้นเอ่ยต่ออย่างไม่รีบร้อน "ผมชื่อ กรณ์... และผมต้องยอมรับว่า คุณเป็นคนแรกที่มองทะลุความน่าจะเป็นของผมมาได้ไกลขนาดนี้ น่าสนใจจริงๆ"
"แกฆ่าพวกเข... ฆ่ามีนทำไม!" ภาคินกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยความโกรธแค้นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"ฆ่าเหรอ? คำพูดรุนแรงจังเลยนะคุณทนาย..." กรณ์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างใจเย็น ชวนให้รู้สึกขนลุก "ผมไม่เคยฆ่าใครด้วยมือของตัวเอง ผมแค่ปล่อยให้ธรรมชาติ แรงโน้มถ่วง และความน่าจะเป็นทำหน้าที่ของมัน... แฟนของคุณ หรือแม้แต่คนอื่นๆ พวกเขาแค่เดินเข้ามาในสมการที่ถูกเซ็ตไว้ผิดที่ผิดเวลาเองต่างหาก ความบังเอิญต่างหากที่เป็นฆาตกรตัวจริง"
"อย่าหนีนะ! แกอยู่ที่ไหน!" ภาคินตะโกนลั่นจนศรุตต้องหันมามองด้วยความตกใจ
"ผมไม่ได้หนีไปไหนหรอ... อันที่จริง ผมกำลังมองคุณอยู่ตอนนี้"
สิ้นเสียงนั้น ภาคินชะงักกึก เขารีบหันขวับไปมองรอบห้องทำงานมืดทึบ สายตาปะทะเข้ากับกล้องวงจรปิดขนาดเล็กที่มุมห้อง ดวงไฟสีฟ้าขนาดจิ๋วกำลังกะพริบช้าๆ ราวกับมันกำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยเขาอยู่
"คืนนี้ ฝนกำลังจะตกอีกแล้วนะคุณภาคิน..." เสียงของกรณ์กระซิบแผ่วเบาก่อนจะตัดสายไปอย่างไร้เยื่อใย
พริบตาถัดมา ไฟฟ้าภายในตึกทั้งหมดเกิดดับวูบลง กะทันหัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว และในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนภัยจากระบบระบายควันของตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับกลิ่นควันจางๆ ที่ลอยมาจากช่องระบายอากาศ... เกมกระดานระหว่างทนายความผู้เดือดดาลกับอัจฉริยะผู้ไร้รอยต่อ ได้ก้าวเข้าสู่การเผชิญหน้ากันอย่างเต็มตัวแล้ว!